การเลือกแหวนเพชร Ep.2

การเลือกแหวนเพชร

ในตอนที่แล้ว (การเลือกแหวน Ep.1) ได้เกริ่นคำถามให้ขบคิดครับว่าในการเลือกเพชรคุณเน้นอะไรเป็นพิเศษ ถ้าได้คำตอบแล้วเก็บไว้ในใจก่อนครับ สำหรับในบทความนี้เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ระดับคุณภาพของเพชรที่ว่าเยอะนั้นเขาแบ่งกันอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนครับว่า สถาบันอัญมณีศาสตร์ที่คิดค้นระบบการแบ่งเกรดคุณภาพเพชร “4C’s” ซึ่งใช้กันทั่วโลกมีชื่อว่า GIA (Gemological Institute of America) เป็นสถาบันแล็บที่มีบริการตรวจสอบและประเมินคุณภาพเพชรและออกใบรายงานผลที่เราเรียกกันว่า “ใบเซอร์” เพชร ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่า “ซื้อเพชรจาก GIA สิดีสถาบัน GIA ไม่ได้ขายเพชรนะครับ! แต่เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในด้านเพชรอันดับ 1 ของโลก เขาตรวจสอบและออกใบรายงานผลว่าคุณภาพของเพชรอยู่ระดับไหน

หลักการประเมินคุณภาพเพชร 4C’s คืออะไร คือระบบที่ใช้ในการประเมินคุณภาพเพชร ประกอบด้วย 4 ปัจจัย ซึ่งประกอบด้วย

  1. Color (สี)
  2. Clarity (ความสะอาด)
  3. Cut (การเจียระไน)
  4. Carat weight (กะรัต)

Color (สี)

สีของเพชรในที่นี้ หมายถึง เพชรไร้สีและเพชรที่ติดเหลืองจากการเจือปนของธาตุไนโตรเจน ไม่ใช่เพชรสีเหลือง (Fancy Yellow Diamond) ซึ่งจะมีสีเหลืองชัดเจนและราคาแพงกว่า ไว้จะเอามาแชร์ในบทความหน้านะครับ ทั้งนี้ GIA ได้แบ่งระดับสีของเพชรไว้อย่างละเอียด ดังนี้

Color_EN_H
Photo: http://www.gia.edu

ข้อควรรู้! คนไทยนิยมเรียกระดับสีของเพชรว่า “น้ำ(ระดับสี)” เช่น น้ำ100 ซึ่งพูดกันเฉพาะคนไทยเท่านั้น สากลจะเรียกว่า D Color ครับ

เราสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ คือ ไร้สี เกือบไร้สีและสีค่อนข้างติดเหลืองครับ

ระดับสีน้ำของเพชรสีของเพชร-2.jpg

Clarity (ความสะอาด)

ปัจจัยต่อมาก็คือ ความสะอาดของเพชรซึ่งมีผลกับคุณภาพและราคาของเพชรไม่น้อยเลยทีเดียว แบ่งระดับความสะอาดของเพชรได้ดังนี้

Clarity_EN_H
Photo: http://www.gia.edu

ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยบ้านเราจะนิยมใช้ระดับ IF, VVS และ VS ครับ ถ้าเป็นระดับ SI หรือ I จะมีตำหนิค่อนข้างมาก อาจส่งผลกับประกายของเพชรได้ แต่ก็เป็นที่นิยมในตลาดอเมริกาครับ

Cut (การเจียระไน)

การเจียระไนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากที่สุดในบรรดาปัจจัยทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ช่างเจียระไนเพชรต้องคำนวนการเจียระไนเหลี่ยมของเพชรเพื่อให้ได้มุมสะท้อนของแสงที่ดี ตรงจุดนี้เองที่ทำให้เพชรมีประกายไฟที่สวยหรือที่เรียกกันว่าไฟดีนั่นเอง ทั้งนี้สถาบัน GIA ได้ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย โดยแบ่งระดับการเจียระไนดังนี้ครับ

Cut_EN_H
Photo: http://www.gia.edu

Excellent = ยอดเยี่ยม / Very good = ดีมาก / Good = ดี / Fair = พอใช้ / Poor = ไม่ดี

Carat weight (กะรัต)

กะรัต เป็นหน่วยน้ำหนักของอัญมณี (อ่านที่มาของคำว่า Carat ได้ที่บทความ Carat กับ Karat) น้ำหนัก 1.00 กะรัตหนักเท่ากับ 0.2 กรัม และมีหน่วยย่อยเรียกว่า พอยท์ (Point) คือ 1.00 กะรัต มี 100 พอยท์แต่ส่วนนี้คนไทยเรียกกันว่า สตางค์ ส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ เช่น 90 ตังค์

เนื่องจากการขุดเจอเพชรที่เหมืองนั้นหาได้ยากแล้ว ยิ่งก้อนใหญ่แล้วขาวใสไร้ตำหนินับว่าหาได้ยากมาก จากนั้นต้องมาเจียระไนให้สวยขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องเสียน้ำหนักไป น้ำหนักของเพชรจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคามากที่สุดครับ

Carat_EN_H
Photo: http://www.gia.edu

*หมายเหตุ ขนาดของเพชรจริงอาจคลาดเคลื่อนตามขนาดของหน้าจอ


Jessy’s Tips – อ่านง่าย ย่อยไว สไตล์เจสซี่

  • สถาบัน GIA ไม่ได้ขายเพชร แต่มีบริการตรวจสอบและประเมินคุณภาพเพชรและออกใบรายงานผลที่เราเรียกกันว่า “ใบเซอร์” เพชร
  • การประเมินคุณภาพเพชรโดยหลัก 4C’s ประกอบด้วย Color, Clarity, Cut, Carat weight
  • เฉพาะคนไทยเรียกระดับสีของเพชรว่า “น้ำ(ระดับสี)” เช่น น้ำ100 สากลต้องเรียก “D color”
  • เพชร 1.00 กะรัต มี 100 ตังค์ (สตางค์)
GIA 4C's.jpg
Photo: http://www.gia.edu

บทความนี้ค่อนข้างยาวทีเดียว ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ

ByYYD


 


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s